ข้ามไปยังเนื้อหา

กิจกรรมน่าทำในกาญจนบุรี

กิจกรรมยอดนิยมที่คนท้องถิ่นแนะนำ

ค้นพบสิ่งที่ทำให้เมืองนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นไปกับคนท้องถิ่นที่รู้ลึกรู้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ หรือค้นพบของดีของเมืองที่น้อยคนจะได้สัมผัส
History Museum
“สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน สมทบด้วยกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า และอินเดีย อีกจำนวนมาก มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง สะพานข้ามแม่น้ำแควใช้เวลาสร้างเพียง 1 เดือน โดยนำเหล็กจากมลายูมาประกอบเป็นชิ้น ๆ ตอนกลางทำเป็นสะพานเหล็ก 11 ช่วง หัวและโครงสะพานเป็นไม้ มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2487 ได้ถูกทิ้งระเบิดหลายครั้งจนสะพานหักท่อนกลาง ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง รัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมใหม่ด้วยเหล็กรูปเหลี่ยม เมื่อปี พ.ศ. 2489 จนสามารถใช้งานได้ ปัจจุบัน มีการยกย่องให้เป็น สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ”
  • คนท้องถิ่น 4 คนแนะนำ
National Park
“About Erawan Founded in 1975 as Thailands 12th National Park, it is covering an area of km². Located on West Thailand in the Tenasserim Hills of Kanchanaburi Province, it is one of the most famous national parks in Thailand. 81% of the park is mixed deciduous forests and the rest deciduous dipterocarp and dry evergreen forest. The park concists of limestone hills with elevetion between 165-996m above the sea level, plains and number of streams. The hills protects the park from eastern monsoon resulting in less rainfall in avarage. The major attraction of the park is Erawan Falls with emerald green ponds, named after the three-headed white elephant of Hindu mythology. The top tier of the fa”
  • คนท้องถิ่น 4 คนแนะนำ
สวนสาธารณะ
“Considered one of the most beautiful waterfalls in all of Thailand, this place is a must visit. It has 7 tiers, each unique and magnificent, and a climb to the top is highly recommended. There is an entrance fee of around 2-300 THB per person.”
  • คนท้องถิ่น 7 คนแนะนำ
History Museum
“Explore the trace of once-flourish Khmer Kingdom at one of best known Khmer-style religious structures in Thailand. Historians estimated that Prasat Mueang Singh, and its surrounding architectures on the bank of Kwai Noi River, was built between 857 and 1157 as a religious temple of Khmer Kingdom. Prasat Mueang Singh was later abandoned until the reign of King Rama I when the area of Mueang Singh had become one of border cities of Kanchanaburi. The restoration of structures hasn’t completed until 1987, though. This place far from city around 60km. Entrance fee for foreigners 200 THB.”
  • คนท้องถิ่น 3 คนแนะนำ
Establishment
“The most amazing rain tree I have ever seen! Splendid canopy. Very atmospheric with spiritual.”
  • คนท้องถิ่น 3 คนแนะนำ
สุสาน
“The Kanchanaburi War Cemetery is the main prisoner of war cemetery for victims of Japanese imprisonment while building the Burma Railway.”
  • คนท้องถิ่น 1 คนแนะนำ
สวนสาธารณะ
“น้ำตกไทรโยคน้อย อำเภอไทรโยค ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค มีชื่อเรียกอีกหนึ่งชื่อว่า น้ำตกเขาพัง มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนผ่านจำนวนมากเพราะเดินทางสะดวกตั้งอยู่ริมถนนหลักเส้นทองผาภูมิ – สังขละ เดินจากถนนเข้าไปเพียง 100 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยงาม บริเวณโดยรอบร่มรื่น เป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดไม่ใหญ่มากนัก น้ำตกจากผาไหลกระโจนลงมาด้านล่างมีแอ่งสำหรับเล่นน้ำ บริเวณด้านหน้าและถนนฝั่งตรงข้ามน้ำตกจะมีร้านค้า ร้านอาหาร ของฝากหลายร้าน จึงเหมาะเป็นจุดพักรถไปในคราวเดียวกัน ในวันหยุดพักผ่อนบางทีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจนดูวุ่นวาย แต่ก็สนุกสนาน เหมาะสำหรับทริปที่ต้องการสัมผัสน้ำตกที่เดินทางใกล้ตัวเมืองมากที่สุดเพียง 60 กม. เหตุที่เรียกอีกชื่อว่าน้ำตกเขาพัง เพราะเกิดบน หน้าผาหินปูนที่พังทลายลงมาจนเกิดโขดหินปูนลดหลั่นกันอยู่ตรงบริเวณเชิงเขา ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขาแล้วไหลมาตาม ลำธารเล็กๆ ไหลตกลงที่ผาหินปูนที่มีความสูง ประมาณ 15 เมตร ในฤดูฝนน้ำจะเยอะตกจากหน้าผาสวยงามในช่วงเดือน ก.ค. – ต.ค. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จประพาสต้นน้ำตกแห่งนี้ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2431 นอกจากจะได้ชมน้ำตกอันสวยงามแล้ว ยังมีหัวรถจักรไอน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาตั้งแสดงไว้เพื่อรำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ที่สร้างผ่านหน้าบริเวณน้ำตกเข้าสู่ประเทศพม่าด้วย”
  • คนท้องถิ่น 4 คนแนะนำ
Museum
“ช่องเขาขาด หรือ ช่องไฟนรก (Hellfire Pass) เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ) ที่กองทัพญี่ปุ่นได้จัดการก่อสร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ห่างจากบ้านพัก 41 กม มีรถประจำทาง”
  • คนท้องถิ่น 4 คนแนะนำ
Museum
“This small, open-air museum displays correspondence and artwork from former POWs involved in the building of the Death Railway. Their harsh living conditions are evident in the many photos on display alongside personal effects and war relics, including an unexploded Allied bomb dropped to destroy the bridge.”
  • คนท้องถิ่น 2 คนแนะนำ
Establishment
“ทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นขอยืมเงินจากรัฐบาลไทย จำนวน 4 ล้านบาท การก่อสร้างใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เนื่องจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง เป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา เหตุที่ทางรถไฟสายนี้ได้ชื่อว่า ทางรถไฟสายมรณะ ก็เพราะว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ ประมาณ 61,700 คนและกรรมกรชาวชาวจีน ญวน ชวา มลายู พม่า อินเดีย อีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า เพื่อลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งกำลังพล เพื่อจะไปโจมตีพม่าและอินเดียต่อไป ซึ่งขณะนั้นเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ เส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ทางรถไฟสายนี้สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2486 และเปิดใช้ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ปีเดียวกัน หลังสิ้นสุดสงครามรัฐบาลไทยได้จ่ายเงินจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อซื้อทางรถไฟสายนี้[1]จากอังกฤษ และทำการซ่อมบำรุงบางส่วนของเส้นทางดังกล่าว เพื่อเปิดการเดินรถตั้งแต่สถานีหนองปลาดุกจนถึงสถานีน้ำตก โดยอยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นอนุสรณ์ของโลกที่จารึกความโหดร้ายทารุณของสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียชีวิตในสงครามด้วย”
  • คนท้องถิ่น 3 คนแนะนำ
Waterfall
“น้ำตกเอราวัณมีลักษณะที่โดดเด่นกว่าน้ำตกอื่นๆคือเป็นน้ำตกบนเทือกเขาหินปูน ทำให้น้ำมีสีฟ้าอมเขียวเมื่อสะท้อนแสงอาทิตย์ น้ำตกเอราวัณมี 7 ชั้น ดังนี้ [2] ชั้นที่ 1 ไหลคืนรัง ชั้นที่ 2 วังมัจฉา ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก ชั้นที่ 4 อกนางผีเสื้อ ชั้นที่ 5 เบื่อไม่ลง ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา ชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ บริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 - 4 จะมีปลาพลวง (ปลาตระกูลปลาตะเพียน ลำตัวสีน้ำตาลเขียวเกล็ดโต มีหนวดยาว 2 คู่) แหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมากอันเป็นลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่ง”
  • คนท้องถิ่น 4 คนแนะนำ
Natural Feature
“The Hellfire Pass Memorial Museum, built and maintained by the Australian government, is located just above Hellfire Pass (Konyu Cutting). Opened in 1998, it is dedicated to the Allied prisoners of war and Asian labourers who suffered and died at Hellfire Pass and elsewhere in the Asia Pacific region during World War II. สร้างขึ้นและดูแลรักษาโดยรัฐบาลออสเตรเลียนั้น ตั้งอยู่ในเหนือบริเวณช่องเขาขาด (การตัดภูเขาที่คอนนิว) ไปเล็กน้อย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดตัวในปี พ.ศ. 2541 เพื่ออุทิศให้แก่เชลยสงครามฝ่ายพันธมิตรและแรงงานชาวเอเชียที่ต้องทนทุกข์ทรมานและจบชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้ และรวมถึงที่อื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2”
  • คนท้องถิ่น 3 คนแนะนำ
สถานที่ประวัติศาสตร์
“This is a unique spot if you want to experience the ancient Thai culture. Malika R.E offers a city where you can enjoy living as a Thai person from centuries ago.”
  • คนท้องถิ่น 2 คนแนะนำ
สุสาน
“The graves of those who died during the construction and maintenance of the Burma-Siam railway (except for the Americans, whose remains were repatriated) were transferred from camp burial grounds and isolated sites along the railway into three cemeteries at Chungkai and Kanchanaburi in Thailand and Thanbyuzayat in Myanmar. Chungkai was one of the base camps on the railway and contained a hospital and church built by Allied prisoners of war. The war cemetery is the original burial ground started by the prisoners themselves, and the burials are mostly of men who died at the hospital. There are now 1,426 Commonwealth and 313 Dutch burials of the Second World War in this cemetery.”
  • คนท้องถิ่น 1 คนแนะนำ

ร้านอาหารยอดนิยม

ร้านอาหาร
  • คนท้องถิ่น 1 คนแนะนำ
ร้านอาหาร
ร้านอาหาร
ร้านอาหาร
สเต็กเฮาส์
ร้านอาหาร
ร้านอาหาร
ร้านอาหาร

ทำความรู้จักกับกาญจนบุรี

สำรวจเพิ่มเติมใน Airbnb

เอ็กซ์พีเรียนซ์ในกาญจนบุรี