ข้ามไปยังเนื้อหา
    ไปข้างหน้าเพื่อเข้าถึงผลที่แนะนำ
    วิธีเลือกนโยบายยกเลิกการจองที่เหมาะกับคุณ

    วิธีเลือกนโยบายยกเลิกการจองที่เหมาะกับคุณ

    หาสไตล์การให้เช่าที่พักที่ใช่และเหมาะกับคุณ
    ภายใน Airbnb วันที่ 20 พ.ย. 2019
    อ่าน 1 นาที
    อัพเดทเมื่อ 20 พ.ย. 2019

    ไฮไลท์

    • นโยบายแบบไหนถึงดี ขึ้นอยู่กับตัวคุณและที่พักที่คุณให้เช่า นโยบายแต่ละแบบก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

    • นโยบายแบบปานกลางคือทางเลือกที่อยู่ตรงกลางระหว่างความยืดหยุ่นกับการคุ้มครองเจ้าของที่พัก

    • กรณีที่เลือกนโยบายแบบปานกลางหรือยืดหยุ่น เจ้าของที่พักยังเสนอตัวเลือกขอเงินคืนไม่ได้ได้อีกด้วย ซึ่งดีกับทั้ง 2 ฝ่าย

    ชีวิตของเราบางครั้งก็ไม่แน่ไม่นอน อาจมีเรื่องที่ผู้เข้าพักจำเป็นต้องยกเลิก ด้วยเหตุนี้ Airbnb จึงมีนโยบายยกเลิกการจองที่หลากหลาย ทั้งแบบยืดหยุ่น ปานกลาง และเข้มงวด ให้เจ้าของที่พักได้เลือกตามความเหมาะสม ระหว่างการคาดการณ์เกี่ยวกับการจองได้กับความยืดหยุ่นในการยกเลิก

    • นโยบายยกเลิกการจองแบบยืดหยุ่น: หากยกเลิกก่อนเช็คอินตั้งแต่ 24 ชั่วโมงขึ้นไป จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน ยกเว้นค่าบริการผู้เข้าพักของ Airbnb ในบางกรณี กรณีที่ยกเลิกก่อนเช็คอินน้อยกว่า 24 ชั่วโมง จะไม่ได้เงินค่าที่พักคืนแรกคืน แต่คืนที่เหลือ จะได้คืน 100% เต็ม
    • นโยบายยกเลิกการจองแบบปานกลาง: หากยกเลิกก่อนเช็คอินตั้งแต่ 5 วันขึ้นไป จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน ยกเว้นค่าบริการผู้เข้าพักของ Airbnb ในบางกรณี กรณีที่ยกเลิกก่อนเช็คอินน้อยกว่า 5 วัน จะไม่ได้เงินค่าที่พักคืนแรกคืน แต่คืนที่เหลือ จะได้คืน 50%
    • นโยบายยกเลิกการจองแบบเข้มงวด: หากยกเลิกภายใน 48 ชั่วโมงหลังจอง และอย่างน้อย 14 วันก่อนเช็คอิน จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน ยกเว้นค่าบริการผู้เข้าพักของ Airbnb ในบางกรณี กรณีที่ยกเลิกก่อนเช็คอิน 7-14 วัน จะได้รับเงินคืน 50% หลังจากนั้น จะไม่ได้รับเงินคืน

    ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้านโยบายยกเลิกการจอง ซึ่งจะมีประเด็นต่างๆ อย่าง "จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผู้เข้าพักยกเลิกการจอง" การจองที่พักในอิตาลีจะใช้นโยบายยกเลิกการจองคนละแบบ

    แล้วนโยบายไหนดีที่สุด?

    นโยบายแบบไหนดี ขึ้นอยู่กับว่าการยกเลิกส่งผลกระทบต่อคุณและการให้เช่าที่พักมากแค่ไหน คุณให้เช่าห้องส่วนตัวหรือบ้านทั้งหลัง? ที่พักอยู่ใกล้หรือไกลจากบ้านที่คุณอยู่? คุณดูแลเรื่องการให้เช่าที่พักเองคนเดียว หรือมีคนช่วย? ลองตอบคำถามเหล่านี้ดู และพิจารณาปัจจัยทางการตลาดร่วมด้วย ข้อมูลพวกนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่านโยบายแบบใดน่าจะเหมาะกับคุณที่สุด

    เมื่อไรถึงควรใช้นโยบายแบบเข้มงวด

    นโยบายแบบเข้มงวดอาจทำให้ผู้เข้าพักบางคนไม่กล้าจองที่พักของคุณ แต่ก็อาจจะมีข้อดีที่เหมาะกับคุณ นโยบายแบบเข้มงวดน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี ในกรณีที่:

    • คุณได้รับผลกระทบหนัก หากมีการยกเลิกเกิดขึ้น นโยบายประเภทนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการยกเลิกการจองได้มาก
    • คุณมีบ้านพักตากอากาศ แล้วตอนนี้ก็เป็นช่วงไฮซีซัน ถ้ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังสนใจจองที่พักในย่านของคุณ ก็เป็นไอเดียที่ดีที่จะเลือกใช้นโยบายแบบเข้มงวด แต่ก็ต้องพิจารณาให้ดี ว่าจะไม่พลาดโอกาสที่จะได้รายได้ก้อนสำคัญเข้ากระเป๋าในช่วงเวลาแบบนี้

    เมื่อไรควรจะใช้นโยบายแบบยืดหยุ่นหรือปานกลาง

    ผู้เข้าพักส่วนใหญ่ชอบนโยบายแบบยืดหยุ่นและปานกลาง ถ้าคุณอยากให้คนสนใจจองเยอะๆ ก็น่าจะเลือกนโยบายประเภทนี้ เมื่อไรถึงควรใช้นโยบายแบบยืดหยุ่นหรือปานกลาง:

    • คุณไม่เดือดร้อนมาก หากมีการยกเลิกขึ้นมาคุณปรับเปลี่ยนตารางในชีวิตได้ไม่ยาก ถ้าผู้เข้าพักยกเลิกกระทันหัน ถ้าเป็นเช่นนี้ นโยบายแบบยืดหยุ่นก็เป็นตัวเลือกที่ดี
    • ที่พักของคุณอยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงนโยบายแบบยืดหยุ่นจะช่วยดึงดูดผู้สนใจให้มาเข้าพัก
    • คุณมีบ้านพักตากอากาศ แล้วตอนนี้ก็เป็นช่วงโลว์ซีซัน ช่วงเวลาแบบนี้ น่าจะปรับเปลี่ยนราคาที่พักและนโยบายให้ยืดหยุ่น จะได้ดึงดูดให้คนมาจอง

    ถ้าอยากได้สมดุลระหว่าง "ยืดหยุ่น" กับ "เข้มงวด" นโยบายแบบปานกลางน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะ วิธีนี้จะช่วยลดการจองนาทีสุดท้ายไปได้ ขณะเดียวกันก็ดึงดูดผู้เข้าพักที่ยังสองจิตสองใจ เลือกไม่ได้ เช่น นักเดินทางเพื่อธุรกิจที่ส่วนใหญ่จะต้องจองที่พักแบบคืนเงินได้ และคุณอาจจะสบายใจมากขึ้น ถ้ารู้ว่าข้อมูลของ Airbnb แสดงให้เห็นว่าเจ้าของที่พักที่ใช้นโยบายแบบปานกลางมีอัตราการจองแล้วไม่ยกเลิกสูงที่สุด

    ดีกับทั้ง 2 ฝ่าย

    รายได้เข้ากระเป๋า ยอดจองก็ไม่ลด? ถ้าเป็นนโยบายแบบยืดหยุ่นหรือปานกลาง คุณเสนอส่วนลด 10% ให้กับผู้เข้าพักได้ด้วย ซึ่งเป็นตัวเลือกแบบขอเงินคืนไม่ได้ วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้มั่นใจว่าคุณจะมีรายได้เข้ามา ยังช่วยกระตุ้นยอดจองอีกด้วย จากข้อมูลการทดสอบตลาด เราพบว่าเจ้าของที่พักที่เลือกใช้กลยุทธ์นี้ มีรายได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับเจ้าของที่พักที่ใช้แต่นโยบายแบบยืดหยุ่นหรือปานกลางเพียงอย่างเดียว

    ไฮไลท์

    • นโยบายแบบไหนถึงดี ขึ้นอยู่กับตัวคุณและที่พักที่คุณให้เช่า นโยบายแต่ละแบบก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

    • นโยบายแบบปานกลางคือทางเลือกที่อยู่ตรงกลางระหว่างความยืดหยุ่นกับการคุ้มครองเจ้าของที่พัก

    • กรณีที่เลือกนโยบายแบบปานกลางหรือยืดหยุ่น เจ้าของที่พักยังเสนอตัวเลือกขอเงินคืนไม่ได้ได้อีกด้วย ซึ่งดีกับทั้ง 2 ฝ่าย

    Airbnb
    20 พ.ย. 2019
    ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม?

    คุณอาจชอบ

    คุณอาจชอบ

    ดูหัวข้ออื่นๆ